หูฟังแยกเป็นหกทรงหลักตามสิ่งที่เกิดกับรูหูของคุณ คือ in-ear ที่สอดจุกปิดผนึก, earbud หรือกึ่งอินเอียร์ที่วางพาดไว้, open-ear แบบคลิปหนีบใบหู, on-ear ที่แนบบนใบหู, over-ear ที่ครอบทั้งใบ และแบบนำเสียงผ่านกระดูกที่ไม่แตะรูหู ทรงที่เลือกเป็นตัวตัดสินว่าจะยังได้ยินมอเตอร์ไซค์ที่แซงมาข้างหลังหรือไม่ ล็อกทรงให้จบก่อน แล้วรายชื่อรุ่นที่ต้องเทียบจะสั้นลงก่อนแตะเรื่องราคา
หกทรงนี้ต่างกันที่จุดสัมผัสจุดเดียว
สิ่งที่แยกทั้งหกทรงออกจากกันไม่ใช่ยี่ห้อ ราคา หรือจำนวนไดรเวอร์ แต่คือคำถามข้อเดียว รูหูของคุณถูกปิดผนึก ถูกวางพาด ถูกเปิดทิ้งไว้ หรือถูกครอบทั้งใบ คำตอบข้อนั้นกำหนดทุกอย่างที่ตามมา ทั้งเสียงรอบตัวที่รอดเข้ามา น้ำหนักเบสที่ได้ยิน ความล้าเมื่อใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง และขนาดของสิ่งที่ต้องพกไปด้วยทุกวัน
ผู้ขายบ้านเราเขียนคำอังกฤษพวกนี้ปนภาษาไทยบนหน้าสินค้าเดียวกัน จนชื่อทรงหายไปในชื่อรุ่นยาว ๆ ถ้าถามว่าหูฟังมีกี่แบบแล้วอยากได้คำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ให้ดูจากตำแหน่งที่ตัวเครื่องแตะใบหู ไม่ใช่จากคำโฆษณาหน้ากล่อง
| ทรง (คำที่เขียนบนกล่อง) | ตำแหน่งกับใบหู | เสียงรอบตัวที่เข้ามา | เหมาะกับสถานการณ์ |
|---|---|---|---|
| in-ear (อินเอียร์) | จุกซิลิโคนสอดเข้ารูหูและปิดผนึก | น้อย เพราะถูกกั้นทางกายภาพ | รถไฟฟ้า รถทัวร์ เครื่องบิน ห้องที่มีเสียงรบกวน |
| earbud / กึ่งอินเอียร์ | วางที่แอ่งใบหู ไม่ปิดผนึกรูหู | ปานกลาง | ใส่ยาว ๆ ที่โต๊ะทำงาน คนที่ใส่จุกแล้วอึดอัด |
| open-ear แบบคลิปหนีบ | หนีบขอบใบหูด้านนอก ไม่แตะรูหู | เข้ามาเกือบทั้งหมด | เดินริมถนน ปั่นจักรยาน ประชุมออนไลน์ทั้งวัน |
| on-ear (แนบบนใบหู) | ฟองน้ำกดทับลงบนใบหู | ปานกลาง ขึ้นกับแรงหนีบของก้าน | ใช้ในร่ม พกง่ายกว่าแบบครอบเต็มใบ |
| over-ear (ครอบหู) | ถ้วยครอบทั้งใบหูไว้ข้างใน | น้อย และมักมีระบบตัดเสียงช่วยอีกชั้น | นั่งทำงานยาว เดินทางไกล |
| นำเสียงผ่านกระดูก (bone conduction) | แนบกระดูกหน้าใบหู เปิดรูหูไว้ทั้งสองข้าง | เข้ามาทั้งหมด | วิ่ง ออกกำลังกลางแจ้ง งานที่ต้องได้ยินรอบตัว |

เริ่มจากช่วงเวลาที่คุณใส่มันนานที่สุดในหนึ่งวัน
วิธีที่เร็วที่สุดคือไล่จากสถานการณ์ ไม่ใช่จากรายการสเปก เพราะคำตอบว่าแบบไหนดีเปลี่ยนทุกครั้งที่สถานการณ์เปลี่ยน
บนรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือรถที่ติดยาว ๆ
ที่นี่คุณต้องการการกั้นเสียง จุกซิลิโคนที่ปิดผนึกรูหูลดเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมได้เองก่อนที่ระบบไฟฟ้าใด ๆ จะทำงาน ประโยชน์ที่แท้จริงไม่ใช่ความเงียบ แต่คือการไม่ต้องเร่งเสียงสู้เสียงรอบข้าง องค์การอนามัยโลกแนะนำให้คุมระดับเสียงไว้ไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด และระบุว่าที่ระดับ 80 เดซิเบลฟังได้ราว 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าขยับขึ้นเป็น 90 เดซิเบล เวลาที่ปลอดภัยเหลือราวสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น
เดินริมถนน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งกลางแจ้ง
ตรงกันข้ามเลย สิ่งที่คุณต้องการคือได้ยินรอบตัว ทรงคลิปหนีบและแบบนำเสียงผ่านกระดูกเปิดรูหูไว้ทั้งหมด คุณจึงยังได้ยินแตรและเสียงเบรก สิ่งที่แลกไปคือเบสที่บางลงชัดเจน เพราะไม่มีการปิดผนึกให้ความถี่ต่ำสะสมตัว และเสียงจะรั่วออกด้านนอกมากขึ้นเมื่อเร่งดัง
ประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ หรือรับสายทั้งวัน
ตัวชี้ขาดของช่วงนี้คือความสบายเมื่อใส่ต่อเนื่องและคุณภาพไมโครโฟน ไม่ใช่คุณภาพเสียงเพลง ทรงที่ไม่ปิดรูหูได้เปรียบตรงที่ไม่มีแรงดันสะสม และไม่ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองก้องขณะพูด ส่วนฟีเจอร์ที่ควรมองหาคือ multipoint ซึ่งต่อโน้ตบุ๊กกับมือถือพร้อมกันได้
คิดเป็นเงินบาทจริง งบเท่าไรได้ทรงไหน
ช่วงราคาที่ผู้ซื้อในไทยเจอจริงมีสี่ช่วง ของหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้ออยู่ราว ฿199 ถึง ฿399 ของไม่มีแบรนด์บนมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ลงไปถึงราว ฿100 ถึง ฿300 ช่วงกระแสหลักตามร้านไอทีในศูนย์การค้าอยู่ราว ฿500 ถึง ฿1,500 และเรือธงของแบรนด์มือถือเริ่มที่ราว ฿4,000 ขึ้นไป
ลองแปลงราคาสามรุ่นในร้านเราเป็นเงินบาทที่อัตราราว ฿34 ต่อ 1 ดอลลาร์ โดยยังไม่รวมค่าจัดส่งและภาษีนำเข้า ทรงอินเอียร์ที่ 22.99 ดอลลาร์ ตกราว ฿780 ทรงคลิปหนีบที่ 28.99 ดอลลาร์ ตกราว ฿985 และทรงครอบหูที่ 44.75 ดอลลาร์ ตกราว ฿1,520 ทั้งสามจึงอยู่ในช่วงกระแสหลักเดียวกัน
สิ่งที่การคำนวณชุดนี้บอกคือ ที่งบราว ฿1,000 คุณเลือกได้ทั้งสามทรง งบจึงไม่ใช่ตัวตัดสิน สถานการณ์ต่างหากที่ตัดสิน ส่วนที่งบต่ำกว่า ฿400 ตัวเลือกจะแคบลงเอง เพราะของที่ขายกันในย่านราคานั้น ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อและของไม่มีแบรนด์บนมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ เป็นทรงอินเอียร์หรือกึ่งอินเอียร์เป็นหลัก ถ้ารู้ตัวว่าต้องการทรงเปิด การเพิ่มงบอีกสองสามร้อยบาทเปลี่ยนของที่ได้มากกว่าการไล่หาส่วนลด
ราคาข้างต้นเป็นราคา ณ เวลาที่เขียน และอัตราแลกเปลี่ยนขยับได้ตลอด ให้ยึดตัวเลขบนหน้าสินค้าในวันที่สั่งซื้อเสมอ
คำบนกล่องหูฟังที่ทำให้เลือกผิดทรงบ่อยที่สุด
คำเหล่านี้ปรากฏบนหน้าสินค้าเกือบทุกช่วงราคา และหลายคำถูกใช้ต่างจากความหมายเดิมจนตัดสินใจผิดทรงได้ง่าย
- ENC กับ ANC ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ENC ทำงานฝั่งไมโครโฟนเพื่อให้ปลายสายได้ยินเสียงคุณชัดขึ้นในที่เสียงดัง ส่วน ANC ตัดเสียงที่ตัวคุณเองได้ยิน หน้าสินค้าที่เขียนแค่ noise cancelling ลอย ๆ จึงยังไม่ได้บอกว่าเป็นอันไหน
- IPX4 กับ IPX5 ต่างกันที่แรงของน้ำ IPX4 คือทนน้ำสาดจากทุกทิศทาง ส่วน IPX5 คือทนน้ำฉีดเป็นลำ ตัวอักษร X แปลว่าไม่ได้ทดสอบเรื่องฝุ่นไว้ ถ้าหน้าสินค้าไม่ระบุตัวเลขนี้เลย ให้ถือว่าไม่มี ไม่ใช่ว่ามีแต่ไม่ได้เขียน ซึ่งต้องคิดให้หนักในหน้าฝนบ้านเรา
- เลข 5.3 หรือ 5.4 คือเวอร์ชันของบลูทูธ ไม่ใช่ระดับคุณภาพเสียง Bluetooth SIG ระบุว่า Bluetooth Classic คือฝั่งที่ใช้สตรีมเสียงไร้สาย และกลายมาเป็นโปรโตคอลมาตรฐานเบื้องหลังอุปกรณ์เสียงไร้สายทั่วไป เลขเวอร์ชันที่สูงกว่าเกี่ยวกับความเสถียรของการเชื่อมต่อและการใช้พลังงานมากกว่าเรื่องเสียง
- โคเดกคือรูปแบบการบีบอัดเสียงระหว่างเครื่องของคุณกับตัวหูฟัง SBC มีอยู่เป็นพื้นฐานในทุกเครื่อง AAC ทำงานเข้ากันได้ดีกับ iPhone ส่วน LDAC เป็นตัวเลือกฝั่งแอนดรอยด์ที่รองรับอัตราข้อมูลสูงกว่า เครื่องแอนดรอยด์เป็นเครื่องส่วนใหญ่ที่คนไทยถืออยู่ ส่วน iPhone หนาแน่นกว่าในกลุ่มผู้ซื้อกำลังสูงในกรุงเทพฯ ให้ดูว่าโคเดกที่ระบุตรงกับเครื่องที่ใช้จริงหรือเปล่า
- โหมดหน่วงต่ำหรือโหมดเกมคือการลดดีเลย์ระหว่างภาพกับเสียง คนละเรื่องกับ multipoint และมักไม่ได้มาด้วยกันในรุ่นเดียว ส่วนตัวเลข mAh คือความจุแบตเตอรี่ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่ฟังได้
- ถ้าซื้อจากผู้ขายในประเทศ ให้มองหาเครื่องหมายการตรวจรับรองของ กสทช. บนกล่อง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ รวมถึงอุปกรณ์บลูทูธ ต้องผ่านการรับรองก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในไทย
สามทรงที่มีอยู่จริงในร้านเรา และหน้าสินค้าระบุอะไรไว้บ้าง
พอเหลือทรงเดียว คำถามว่าหูฟังรุ่นไหนดีจะแคบลงเหลือการเทียบสเปกไม่กี่ข้อ สามรุ่นด้านล่างเป็นตัวแทนของสามทรงที่ต่างกันชัดที่สุด และเป็นรุ่นที่บทความนี้ตรวจสเปกจากหน้าสินค้ามาแล้ว ทั้งสามเป็นแบบไร้สาย ซึ่งตรงกับสภาพตลาดตอนนี้ เพราะแทบทุกทรงในตารางข้างบนมีเวอร์ชันไร้สายให้เลือกแล้ว
ทรงอินเอียร์คือ EARSOLE Core White In-Ear Wireless Earbuds ราคา 22.99 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน หน้าสินค้าระบุว่าเป็นทรงมีก้าน จุกซิลิโคนนุ่ม กล่องชาร์จฝาพับ และระบุตรง ๆ ว่าไม่มีระบบตัดเสียงรบกวนแบบอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่ได้คือการกั้นเสียงตามธรรมชาติจากจุกที่ปิดผนึกรูหู ซึ่งหน้าสินค้าอธิบายไว้ว่าพอกลบเสียงพัดลมกับเสียงคุยในออฟฟิศ แต่ไม่พอกลบเสียงรถไฟฟ้าทั้งขบวน หน้าสินค้าไม่ได้ระบุมาตรฐานกันน้ำไว้ จึงควรถือว่าไม่มี

ทรงคลิปหนีบคือ EARSOLE Open-Ear Clip-On Wireless Earbuds ราคา 28.99 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน ตัวเครื่องหนีบอยู่นอกรูหู ใช้ปุ่มสัมผัสคุมเพลงและสายโทรเข้า กล่องชาร์จมีจอ LED ด้านหน้าที่แยกไฟบอกสถานะข้างซ้ายกับข้างขวา ชาร์จผ่าน USB-C และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ หน้าสินค้าระบุชัดว่ารุ่นนี้ ไม่กันน้ำ จึงไม่เหมาะกับการวิ่งตากฝนหรือออกกำลังที่เหงื่อออกมาก และระบุว่าไม่มี ANC โดยตั้งใจ เพราะรูหูเปิดอยู่ตลอด นี่คือทรงที่มีไว้ให้ได้ยินรอบตัว ไม่ใช่ให้เงียบ

ทรงครอบหูคือ EARSOLE Over-Ear Wireless Headphones Series 127 ราคา 44.75 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน เป็นรุ่นเดียวในสามตัวที่หน้าสินค้าระบุว่ามี ANC และเคลมว่าลดเสียงรอบข้างได้ถึง 95% ตัวเลขนี้เป็นคำอธิบายของหน้าสินค้า ไม่ใช่ผลวัดของทางร้าน สเปกอื่นที่ระบุไว้คือชาร์จ 5 นาทีฟังได้ 10 ชั่วโมง ฟังได้สูงสุด 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ฟองน้ำหุ้มหนังสังเคราะห์ น้ำหนัก 0.54 ปอนด์ หรือราว 245 กรัม พับเก็บได้ และต่อสาย AUX 3.5 มม. ยาว 47.2 นิ้ว หรือราว 120 เซนติเมตรได้ ซึ่งทำให้ใช้กับจอบนเครื่องบินหรือเครื่องเสียงเก่าที่บ้านได้ด้วย

ลองแปลงตัวเลขชุดนั้นเป็นเวลาจริง ถ้าเดินทางไปกลับวันละราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ค่า 100 ชั่วโมงเท่ากับชาร์จเต็มครั้งเดียวอยู่ได้ราว 66 วัน หากค่าที่ระบุตรงกับการใช้จริง ส่วนค่า 5 นาทีต่อ 10 ชั่วโมงมีไว้สำหรับวันที่ลืมชาร์จ ทั้งสองค่าเป็นตัวเลขที่หน้าสินค้าประกาศไว้ ไม่ใช่ค่าที่ทางร้านจับเวลาเอง
เมื่อล็อกทรงได้แล้ว ขั้นถัดไปคือเทียบเฉพาะรุ่นในทรงนั้น ดูรุ่นที่ใช้ประจำวันได้ที่ คอลเลกชันหูฟังไร้สายสำหรับใช้ทุกวัน หรือไล่ดูทั้งหมดใน หน้าสินค้าทั้งร้าน
คำถามที่มักตามมาหลังล็อกทรงได้แล้ว
คำว่า headset กับ earphone บนกล่องหมายถึงคนละอย่างไหม
ตามความหมายเดิม headset คือชุดที่มีไมโครโฟนมาด้วยและตั้งใจให้ใช้คุยสายหรือประชุม ส่วน earphone และ earbud เน้นการฟังเป็นหลัก แต่ผู้ขายบ้านเราใช้สองคำนี้สลับกันจนแทบไม่เหลือเส้นแบ่ง วิธีที่เชื่อถือได้กว่าคือดูสองข้อบนหน้าสินค้า ระบุไมโครโฟนไว้หรือไม่ และตัวเครื่องเป็นทรงไหน สองข้อนี้บอกได้จริงว่าใช้งานแบบที่ต้องการได้หรือเปล่า
ใส่แว่นตลอดเวลา ควรเลี่ยงทรงไหน
ขาแว่นวางอยู่บนแนวเดียวกับที่ on-ear กดลงมา ทรงนั้นจึงกวนที่สุดสำหรับคนใส่แว่น ทรงครอบหูใช้ได้ถ้าฟองน้ำนุ่มพอจะยุบรับขาแว่นและถ้วยครอบพ้นใบหูจริง ส่วนทรงคลิปหนีบอยู่บนขอบใบหูด้านนอก ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับขาแว่นพอดี หน้าสินค้าของรุ่นคลิปแนะนำว่าถ้ารู้สึกแน่นตอนแรก ให้ขยับตำแหน่งขึ้นหรือลงเล็กน้อยจนไม่บีบ ส่วนทรงอินเอียร์ไม่ได้รับผลจากแว่นเลย
MX-21 หูฟังไร้สาย สีดำและทอง
Q2 Pro หูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ คริสตัลสีม่วง
Purple Sleep Headband Headphones with Triangle Controls
Cream Reflective-Stem Wireless Earbuds
IN-01 หูฟัง ANC สีขาว ด้านในเคสสีฟ้าอ่อน
หูฟังโอเพนเอียร์สีเงิน ทรงแคปซูล
MN หูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ถอดสายได้ สีโรสเมทัลลิก
หูฟัง ANC สีดำ พร้อมเคสไฟแสดงสถานะสี่ดวง