ส่งฟรีทั่วโลก เมื่อสั่งซื้อครบ $45 ขึ้นไป

คู่มือ · ประเภทหูฟัง

หูฟัง 6 ทรง ต่างกันที่ว่ารูหูคุณถูกปิดหรือถูกเปิด

· โดย Rowan Ellis

หูฟังไร้สายแบบอินเอียร์สีขาวของ EARSOLE วางคู่กับกล่องชาร์จฝาพับสีขาว

หูฟังแยกเป็นหกทรงหลักตามสิ่งที่เกิดกับรูหูของคุณ คือ in-ear ที่สอดจุกปิดผนึก, earbud หรือกึ่งอินเอียร์ที่วางพาดไว้, open-ear แบบคลิปหนีบใบหู, on-ear ที่แนบบนใบหู, over-ear ที่ครอบทั้งใบ และแบบนำเสียงผ่านกระดูกที่ไม่แตะรูหู ทรงที่เลือกเป็นตัวตัดสินว่าจะยังได้ยินมอเตอร์ไซค์ที่แซงมาข้างหลังหรือไม่ ล็อกทรงให้จบก่อน แล้วรายชื่อรุ่นที่ต้องเทียบจะสั้นลงก่อนแตะเรื่องราคา

หกทรงนี้ต่างกันที่จุดสัมผัสจุดเดียว

สิ่งที่แยกทั้งหกทรงออกจากกันไม่ใช่ยี่ห้อ ราคา หรือจำนวนไดรเวอร์ แต่คือคำถามข้อเดียว รูหูของคุณถูกปิดผนึก ถูกวางพาด ถูกเปิดทิ้งไว้ หรือถูกครอบทั้งใบ คำตอบข้อนั้นกำหนดทุกอย่างที่ตามมา ทั้งเสียงรอบตัวที่รอดเข้ามา น้ำหนักเบสที่ได้ยิน ความล้าเมื่อใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง และขนาดของสิ่งที่ต้องพกไปด้วยทุกวัน

ผู้ขายบ้านเราเขียนคำอังกฤษพวกนี้ปนภาษาไทยบนหน้าสินค้าเดียวกัน จนชื่อทรงหายไปในชื่อรุ่นยาว ๆ ถ้าถามว่าหูฟังมีกี่แบบแล้วอยากได้คำตอบที่ใช้ตัดสินใจได้จริง ให้ดูจากตำแหน่งที่ตัวเครื่องแตะใบหู ไม่ใช่จากคำโฆษณาหน้ากล่อง

ทรง (คำที่เขียนบนกล่อง) ตำแหน่งกับใบหู เสียงรอบตัวที่เข้ามา เหมาะกับสถานการณ์
in-ear (อินเอียร์) จุกซิลิโคนสอดเข้ารูหูและปิดผนึก น้อย เพราะถูกกั้นทางกายภาพ รถไฟฟ้า รถทัวร์ เครื่องบิน ห้องที่มีเสียงรบกวน
earbud / กึ่งอินเอียร์ วางที่แอ่งใบหู ไม่ปิดผนึกรูหู ปานกลาง ใส่ยาว ๆ ที่โต๊ะทำงาน คนที่ใส่จุกแล้วอึดอัด
open-ear แบบคลิปหนีบ หนีบขอบใบหูด้านนอก ไม่แตะรูหู เข้ามาเกือบทั้งหมด เดินริมถนน ปั่นจักรยาน ประชุมออนไลน์ทั้งวัน
on-ear (แนบบนใบหู) ฟองน้ำกดทับลงบนใบหู ปานกลาง ขึ้นกับแรงหนีบของก้าน ใช้ในร่ม พกง่ายกว่าแบบครอบเต็มใบ
over-ear (ครอบหู) ถ้วยครอบทั้งใบหูไว้ข้างใน น้อย และมักมีระบบตัดเสียงช่วยอีกชั้น นั่งทำงานยาว เดินทางไกล
นำเสียงผ่านกระดูก (bone conduction) แนบกระดูกหน้าใบหู เปิดรูหูไว้ทั้งสองข้าง เข้ามาทั้งหมด วิ่ง ออกกำลังกลางแจ้ง งานที่ต้องได้ยินรอบตัว
ภาพเทียบระหว่างหูฟังคลิปหนีบที่อยู่นอกรูหูกับแบบอินเอียร์ที่สอดจุกเข้ารูหู
ภาพจากหน้าสินค้า EARSOLE เทียบตำแหน่งของทรงคลิปหนีบกับทรงอินเอียร์ ไม่ใช่ภาพถ่ายจากการทดสอบของร้าน

เริ่มจากช่วงเวลาที่คุณใส่มันนานที่สุดในหนึ่งวัน

วิธีที่เร็วที่สุดคือไล่จากสถานการณ์ ไม่ใช่จากรายการสเปก เพราะคำตอบว่าแบบไหนดีเปลี่ยนทุกครั้งที่สถานการณ์เปลี่ยน

บนรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือรถที่ติดยาว ๆ

ที่นี่คุณต้องการการกั้นเสียง จุกซิลิโคนที่ปิดผนึกรูหูลดเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมได้เองก่อนที่ระบบไฟฟ้าใด ๆ จะทำงาน ประโยชน์ที่แท้จริงไม่ใช่ความเงียบ แต่คือการไม่ต้องเร่งเสียงสู้เสียงรอบข้าง องค์การอนามัยโลกแนะนำให้คุมระดับเสียงไว้ไม่เกิน 60% ของระดับสูงสุด และระบุว่าที่ระดับ 80 เดซิเบลฟังได้ราว 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าขยับขึ้นเป็น 90 เดซิเบล เวลาที่ปลอดภัยเหลือราวสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น

เดินริมถนน ปั่นจักรยาน หรือวิ่งกลางแจ้ง

ตรงกันข้ามเลย สิ่งที่คุณต้องการคือได้ยินรอบตัว ทรงคลิปหนีบและแบบนำเสียงผ่านกระดูกเปิดรูหูไว้ทั้งหมด คุณจึงยังได้ยินแตรและเสียงเบรก สิ่งที่แลกไปคือเบสที่บางลงชัดเจน เพราะไม่มีการปิดผนึกให้ความถี่ต่ำสะสมตัว และเสียงจะรั่วออกด้านนอกมากขึ้นเมื่อเร่งดัง

ประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ หรือรับสายทั้งวัน

ตัวชี้ขาดของช่วงนี้คือความสบายเมื่อใส่ต่อเนื่องและคุณภาพไมโครโฟน ไม่ใช่คุณภาพเสียงเพลง ทรงที่ไม่ปิดรูหูได้เปรียบตรงที่ไม่มีแรงดันสะสม และไม่ทำให้ได้ยินเสียงตัวเองก้องขณะพูด ส่วนฟีเจอร์ที่ควรมองหาคือ multipoint ซึ่งต่อโน้ตบุ๊กกับมือถือพร้อมกันได้

คิดเป็นเงินบาทจริง งบเท่าไรได้ทรงไหน

ช่วงราคาที่ผู้ซื้อในไทยเจอจริงมีสี่ช่วง ของหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้ออยู่ราว ฿199 ถึง ฿399 ของไม่มีแบรนด์บนมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ลงไปถึงราว ฿100 ถึง ฿300 ช่วงกระแสหลักตามร้านไอทีในศูนย์การค้าอยู่ราว ฿500 ถึง ฿1,500 และเรือธงของแบรนด์มือถือเริ่มที่ราว ฿4,000 ขึ้นไป

ลองแปลงราคาสามรุ่นในร้านเราเป็นเงินบาทที่อัตราราว ฿34 ต่อ 1 ดอลลาร์ โดยยังไม่รวมค่าจัดส่งและภาษีนำเข้า ทรงอินเอียร์ที่ 22.99 ดอลลาร์ ตกราว ฿780 ทรงคลิปหนีบที่ 28.99 ดอลลาร์ ตกราว ฿985 และทรงครอบหูที่ 44.75 ดอลลาร์ ตกราว ฿1,520 ทั้งสามจึงอยู่ในช่วงกระแสหลักเดียวกัน

สิ่งที่การคำนวณชุดนี้บอกคือ ที่งบราว ฿1,000 คุณเลือกได้ทั้งสามทรง งบจึงไม่ใช่ตัวตัดสิน สถานการณ์ต่างหากที่ตัดสิน ส่วนที่งบต่ำกว่า ฿400 ตัวเลือกจะแคบลงเอง เพราะของที่ขายกันในย่านราคานั้น ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อและของไม่มีแบรนด์บนมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ เป็นทรงอินเอียร์หรือกึ่งอินเอียร์เป็นหลัก ถ้ารู้ตัวว่าต้องการทรงเปิด การเพิ่มงบอีกสองสามร้อยบาทเปลี่ยนของที่ได้มากกว่าการไล่หาส่วนลด

ราคาข้างต้นเป็นราคา ณ เวลาที่เขียน และอัตราแลกเปลี่ยนขยับได้ตลอด ให้ยึดตัวเลขบนหน้าสินค้าในวันที่สั่งซื้อเสมอ

คำบนกล่องหูฟังที่ทำให้เลือกผิดทรงบ่อยที่สุด

คำเหล่านี้ปรากฏบนหน้าสินค้าเกือบทุกช่วงราคา และหลายคำถูกใช้ต่างจากความหมายเดิมจนตัดสินใจผิดทรงได้ง่าย

  • ENC กับ ANC ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ENC ทำงานฝั่งไมโครโฟนเพื่อให้ปลายสายได้ยินเสียงคุณชัดขึ้นในที่เสียงดัง ส่วน ANC ตัดเสียงที่ตัวคุณเองได้ยิน หน้าสินค้าที่เขียนแค่ noise cancelling ลอย ๆ จึงยังไม่ได้บอกว่าเป็นอันไหน
  • IPX4 กับ IPX5 ต่างกันที่แรงของน้ำ IPX4 คือทนน้ำสาดจากทุกทิศทาง ส่วน IPX5 คือทนน้ำฉีดเป็นลำ ตัวอักษร X แปลว่าไม่ได้ทดสอบเรื่องฝุ่นไว้ ถ้าหน้าสินค้าไม่ระบุตัวเลขนี้เลย ให้ถือว่าไม่มี ไม่ใช่ว่ามีแต่ไม่ได้เขียน ซึ่งต้องคิดให้หนักในหน้าฝนบ้านเรา
  • เลข 5.3 หรือ 5.4 คือเวอร์ชันของบลูทูธ ไม่ใช่ระดับคุณภาพเสียง Bluetooth SIG ระบุว่า Bluetooth Classic คือฝั่งที่ใช้สตรีมเสียงไร้สาย และกลายมาเป็นโปรโตคอลมาตรฐานเบื้องหลังอุปกรณ์เสียงไร้สายทั่วไป เลขเวอร์ชันที่สูงกว่าเกี่ยวกับความเสถียรของการเชื่อมต่อและการใช้พลังงานมากกว่าเรื่องเสียง
  • โคเดกคือรูปแบบการบีบอัดเสียงระหว่างเครื่องของคุณกับตัวหูฟัง SBC มีอยู่เป็นพื้นฐานในทุกเครื่อง AAC ทำงานเข้ากันได้ดีกับ iPhone ส่วน LDAC เป็นตัวเลือกฝั่งแอนดรอยด์ที่รองรับอัตราข้อมูลสูงกว่า เครื่องแอนดรอยด์เป็นเครื่องส่วนใหญ่ที่คนไทยถืออยู่ ส่วน iPhone หนาแน่นกว่าในกลุ่มผู้ซื้อกำลังสูงในกรุงเทพฯ ให้ดูว่าโคเดกที่ระบุตรงกับเครื่องที่ใช้จริงหรือเปล่า
  • โหมดหน่วงต่ำหรือโหมดเกมคือการลดดีเลย์ระหว่างภาพกับเสียง คนละเรื่องกับ multipoint และมักไม่ได้มาด้วยกันในรุ่นเดียว ส่วนตัวเลข mAh คือความจุแบตเตอรี่ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่ฟังได้
  • ถ้าซื้อจากผู้ขายในประเทศ ให้มองหาเครื่องหมายการตรวจรับรองของ กสทช. บนกล่อง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ รวมถึงอุปกรณ์บลูทูธ ต้องผ่านการรับรองก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในไทย

สามทรงที่มีอยู่จริงในร้านเรา และหน้าสินค้าระบุอะไรไว้บ้าง

พอเหลือทรงเดียว คำถามว่าหูฟังรุ่นไหนดีจะแคบลงเหลือการเทียบสเปกไม่กี่ข้อ สามรุ่นด้านล่างเป็นตัวแทนของสามทรงที่ต่างกันชัดที่สุด และเป็นรุ่นที่บทความนี้ตรวจสเปกจากหน้าสินค้ามาแล้ว ทั้งสามเป็นแบบไร้สาย ซึ่งตรงกับสภาพตลาดตอนนี้ เพราะแทบทุกทรงในตารางข้างบนมีเวอร์ชันไร้สายให้เลือกแล้ว

ทรงอินเอียร์คือ EARSOLE Core White In-Ear Wireless Earbuds ราคา 22.99 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน หน้าสินค้าระบุว่าเป็นทรงมีก้าน จุกซิลิโคนนุ่ม กล่องชาร์จฝาพับ และระบุตรง ๆ ว่าไม่มีระบบตัดเสียงรบกวนแบบอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งที่ได้คือการกั้นเสียงตามธรรมชาติจากจุกที่ปิดผนึกรูหู ซึ่งหน้าสินค้าอธิบายไว้ว่าพอกลบเสียงพัดลมกับเสียงคุยในออฟฟิศ แต่ไม่พอกลบเสียงรถไฟฟ้าทั้งขบวน หน้าสินค้าไม่ได้ระบุมาตรฐานกันน้ำไว้ จึงควรถือว่าไม่มี

หูฟังไร้สายสีขาวพร้อมจุกซิลิโคนและกล่องชาร์จขนาดกะทัดรัด
ภาพจากหน้าสินค้า EARSOLE แสดงจุกซิลิโคนและกล่องชาร์จของรุ่น Core White เป็นภาพประกอบรายการสินค้า

ทรงคลิปหนีบคือ EARSOLE Open-Ear Clip-On Wireless Earbuds ราคา 28.99 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน ตัวเครื่องหนีบอยู่นอกรูหู ใช้ปุ่มสัมผัสคุมเพลงและสายโทรเข้า กล่องชาร์จมีจอ LED ด้านหน้าที่แยกไฟบอกสถานะข้างซ้ายกับข้างขวา ชาร์จผ่าน USB-C และใช้แบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ หน้าสินค้าระบุชัดว่ารุ่นนี้ ไม่กันน้ำ จึงไม่เหมาะกับการวิ่งตากฝนหรือออกกำลังที่เหงื่อออกมาก และระบุว่าไม่มี ANC โดยตั้งใจ เพราะรูหูเปิดอยู่ตลอด นี่คือทรงที่มีไว้ให้ได้ยินรอบตัว ไม่ใช่ให้เงียบ

หูฟังคลิปหนีบไร้สายสีดำของ EARSOLE พร้อมกล่องชาร์จที่มีจอ LED บอกสถานะ
ภาพจากหน้าสินค้า EARSOLE แสดงตัวคลิปสีดำและกล่องชาร์จที่มีจอ LED แยกซ้ายขวา ไม่ใช่ภาพถ่ายจากการทดสอบของร้าน

ทรงครอบหูคือ EARSOLE Over-Ear Wireless Headphones Series 127 ราคา 44.75 ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียน เป็นรุ่นเดียวในสามตัวที่หน้าสินค้าระบุว่ามี ANC และเคลมว่าลดเสียงรอบข้างได้ถึง 95% ตัวเลขนี้เป็นคำอธิบายของหน้าสินค้า ไม่ใช่ผลวัดของทางร้าน สเปกอื่นที่ระบุไว้คือชาร์จ 5 นาทีฟังได้ 10 ชั่วโมง ฟังได้สูงสุด 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ฟองน้ำหุ้มหนังสังเคราะห์ น้ำหนัก 0.54 ปอนด์ หรือราว 245 กรัม พับเก็บได้ และต่อสาย AUX 3.5 มม. ยาว 47.2 นิ้ว หรือราว 120 เซนติเมตรได้ ซึ่งทำให้ใช้กับจอบนเครื่องบินหรือเครื่องเสียงเก่าที่บ้านได้ด้วย

หูฟังครอบหูไร้สายของ EARSOLE รุ่น Series 127 ถ่ายบนพื้นหลังสีขาว
ภาพจากหน้าสินค้า EARSOLE ของรุ่น Over-Ear Series 127 บนพื้นหลังสีขาว เป็นภาพประกอบรายการสินค้า

ลองแปลงตัวเลขชุดนั้นเป็นเวลาจริง ถ้าเดินทางไปกลับวันละราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ค่า 100 ชั่วโมงเท่ากับชาร์จเต็มครั้งเดียวอยู่ได้ราว 66 วัน หากค่าที่ระบุตรงกับการใช้จริง ส่วนค่า 5 นาทีต่อ 10 ชั่วโมงมีไว้สำหรับวันที่ลืมชาร์จ ทั้งสองค่าเป็นตัวเลขที่หน้าสินค้าประกาศไว้ ไม่ใช่ค่าที่ทางร้านจับเวลาเอง

เมื่อล็อกทรงได้แล้ว ขั้นถัดไปคือเทียบเฉพาะรุ่นในทรงนั้น ดูรุ่นที่ใช้ประจำวันได้ที่ คอลเลกชันหูฟังไร้สายสำหรับใช้ทุกวัน หรือไล่ดูทั้งหมดใน หน้าสินค้าทั้งร้าน

คำถามที่มักตามมาหลังล็อกทรงได้แล้ว

คำว่า headset กับ earphone บนกล่องหมายถึงคนละอย่างไหม

ตามความหมายเดิม headset คือชุดที่มีไมโครโฟนมาด้วยและตั้งใจให้ใช้คุยสายหรือประชุม ส่วน earphone และ earbud เน้นการฟังเป็นหลัก แต่ผู้ขายบ้านเราใช้สองคำนี้สลับกันจนแทบไม่เหลือเส้นแบ่ง วิธีที่เชื่อถือได้กว่าคือดูสองข้อบนหน้าสินค้า ระบุไมโครโฟนไว้หรือไม่ และตัวเครื่องเป็นทรงไหน สองข้อนี้บอกได้จริงว่าใช้งานแบบที่ต้องการได้หรือเปล่า

ใส่แว่นตลอดเวลา ควรเลี่ยงทรงไหน

ขาแว่นวางอยู่บนแนวเดียวกับที่ on-ear กดลงมา ทรงนั้นจึงกวนที่สุดสำหรับคนใส่แว่น ทรงครอบหูใช้ได้ถ้าฟองน้ำนุ่มพอจะยุบรับขาแว่นและถ้วยครอบพ้นใบหูจริง ส่วนทรงคลิปหนีบอยู่บนขอบใบหูด้านนอก ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับขาแว่นพอดี หน้าสินค้าของรุ่นคลิปแนะนำว่าถ้ารู้สึกแน่นตอนแรก ให้ขยับตำแหน่งขึ้นหรือลงเล็กน้อยจนไม่บีบ ส่วนทรงอินเอียร์ไม่ได้รับผลจากแว่นเลย

★ หูฟังคอลเลกชันทางการจาก EARSOLE

เลือกซื้อหูฟังในคู่มือนี้

รูปถ่ายจริง วัสดุจริง จัดส่งทั่วโลกพร้อมเลขติดตามพัสดุ

✓รับประกันความพึงพอใจ 30 วัน
✓ส่งฟรีทั่วโลก เมื่อซื้อครบ $45
✓สเปกระดับรุ่น

กำลังมองหารุ่นอื่นอยู่ใช่ไหม?

เลือกชมหูฟังไร้สาย EARSOLE ครบทุกรุ่น — ทั้งแบบใส่นอน เกมมิ่ง รุ่นอัจฉริยะ โอเพนเอียร์ และใช้ทุกวัน

ดูหูฟังทั้งหมด →
ดูหูฟังทุกรุ่น คู่มือเพิ่มเติม
WhatsApp ฝ่ายบริการลูกค้า