ส่งฟรีทั่วโลก เมื่อสั่งซื้อครบ $45 ขึ้นไป

คู่มือ · หูฟัง IPHONE

ต่อหูฟังบลูทูธยี่ห้ออื่นกับ iPhone ได้ครบ ยกเว้นชั้นที่ Apple ล็อกไว้

· โดย Rowan Ellis

ภาพเรนเดอร์หูฟังไร้สายสีขาวสองข้างที่มีก้านลายเพชร ลอยอยู่เหนือกล่องชาร์จทรงป้อมสีขาวที่มีแถบสีดำคาดกลางและไฟสถานะสีฟ้า บนพื้นหลังสีขาว

หูฟัง iPhone ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple ทำงานได้ครบเกือบทุกอย่างที่คุณใช้จริงในหนึ่งวัน ทั้งฟังเพลง รับสายวางสาย ข้ามเพลง ปรับระดับเสียง และเรียกผู้ช่วยเสียง เพราะทั้งหมดนั้นวิ่งบนโปรไฟล์บลูทูธมาตรฐานที่ทุกยี่ห้อใช้ร่วมกัน สิ่งที่หายไปคือชั้นที่ Apple เขียนทับลงไปแล้วผูกไว้กับหูฟังของตัวเอง และถ้าคิดจะไปทางมีสาย ตัวแปรแรกไม่ใช่ยี่ห้อ แต่คือพอร์ตของเครื่อง เพราะ iPhone 15 คือรุ่นแรกที่ย้ายมาใช้ USB-C

ฟีเจอร์หูฟัง iPhone แบ่งเป็นสองชั้น

ชั้นแรกคือสิ่งที่วิ่งบนมาตรฐานกลาง ได้แก่ การส่งเสียงสเตอริโอไปที่หูฟัง การใช้ไมโครโฟนคุยสายเข้า และการสั่งเล่น หยุด ข้าม หรือปรับเสียงจากตัวหูฟังเอง ทั้งอุตสาหกรรมทำตามข้อตกลงชุดเดียวกัน หูฟังคู่ไหนทำตามมาตรฐานก็ทำงานกับเครื่องได้โดยไม่ต้องลงแอปเสริม ชั้นที่สองคือสิ่งที่ Apple สร้างเพิ่มขึ้นมาเอง โดยผูกกับชิปในหูฟังของค่ายเดียวกันและบัญชีที่ล็อกอินอยู่บนเครื่อง ชั้นนี้ไม่ได้เปิดให้ผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาใช้ และมันคือทั้งหมดของสิ่งที่คุณจะขาด ไม่มากไปกว่านั้น

คนที่กำลังเทียบหูฟังบลูทูธ ไอโฟน อยู่ในตะกร้าสองสามคู่ มักติดอยู่ที่คำถามเดียว คือถ้าไม่จ่ายเต็มราคาให้ของค่ายเดียวกับตัวเครื่อง จะขาดอะไรไปบ้าง ตารางนี้แยกให้เห็นทีละบรรทัด

เรื่อง หูฟังของค่ายเดียวกับตัวเครื่อง หูฟังบลูทูธยี่ห้ออื่นบน iPhone
จับคู่ครั้งแรก การ์ดเด้งขึ้นกลางจอ แตะปุ่มเดียวจบ เข้า ตั้งค่า แล้วไปที่ Bluetooth แตะชื่ออุปกรณ์ เพิ่มมาไม่กี่วินาที เฉพาะครั้งแรกครั้งเดียว
ย้ายไปเครื่องอื่นเอง สลับระหว่างเครื่องที่ใช้บัญชีเดียวกันได้เอง ไม่มี ต้องตัดการเชื่อมต่อแล้วเลือกใหม่ เว้นแต่หูฟังรุ่นนั้นระบุว่ารองรับ multipoint
อ่านค่าแบตเตอรี่ เห็นข้างซ้าย ข้างขวา และกล่อง แยกกันบนหน้าจอเครื่อง อ่านจากไฟ LED หรือจอบนตัวกล่องเป็นหลัก
ตามหาเมื่อทำหาย อยู่ในแอป Find My ไม่มี
โคเดกเสียง ใช้ AAC ใช้ AAC ได้ถ้าหูฟังรองรับ ไม่อย่างนั้นถอยไปที่ SBC ส่วน LDAC หรือ aptX ที่โฆษณากันฝั่งแอนดรอยด์ ไม่ถูกเรียกใช้บน iOS
เสียงที่หมุนตามการหันหัว มี ไม่มี คำว่า spatial บนกล่องหูฟังทั่วไปหมายถึงการประมวลผลทิศทางในตัวหูฟังเอง คนละเรื่องกับการหมุนตามหัว
อัปเดตเฟิร์มแวร์ ระบบจัดการให้เบื้องหลัง ผ่านแอปของผู้ผลิต หรือบางรุ่นไม่มีช่องทางอัปเดตเลย

สองบรรทัดในตารางนี้คุ้มกับการอ่านช้ากว่าบรรทัดอื่น บรรทัดโคเดกช่วยประหยัดเงินโดยตรง เพราะแปลว่าไม่ต้องไล่หาหูฟังที่โฆษณา LDAC ให้ราคาสูงขึ้นเปล่า ๆ ในเมื่อเครื่องไม่ได้เรียกใช้มัน ส่วนบรรทัด multipoint คือทางออกเดียวที่เหลือของคนที่สลับระหว่างมือถือกับโน้ตบุ๊กทั้งวัน และเป็นคำที่ต้องหาให้เจอบนหน้าสินค้าจริง ๆ ไม่ใช่เดาจากราคา หน้าสินค้าของสามรุ่นที่ยกมาในบทความนี้ไม่ได้ระบุทั้งชื่อโคเดกและ multipoint เอาไว้

จับคู่ ไมค์ ปุ่ม และเพดานความดัง สี่อย่างที่ยังครบ

การจับคู่หูฟังบลูทูธ iPhone ครั้งแรกเกิดขึ้นในเมนูเดียวกับที่คุณต่อลำโพงหรือนาฬิกา คือเปิด ตั้งค่า เข้าหัวข้อ Bluetooth เปิดฝากล่อง รอชื่ออุปกรณ์โผล่ขึ้นมาแล้วแตะหนึ่งครั้ง หน้าสินค้าของรุ่น Cloud White ระบุไว้ตรง ๆ ว่าการจับคู่ครั้งแรกทำในเมนูบลูทูธของเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเสริมทั้งบน iPhone และ Android และหลังจากนั้นหูฟังจะเชื่อมกลับเองไม่นานหลังเปิดฝากล่อง ต่างกันแค่ขั้นตอนแรกขั้นตอนเดียว

เรื่องไมค์คือจุดที่คำโฆษณาทำให้เข้าใจผิดบ่อยที่สุด รุ่น Cloud White ราคา $25.99 ณ เวลาที่เขียน ระบุว่ามี ENC สำหรับลดเสียงรบกวนฝั่งไมค์ ร่วมกับการประมวลผลเสียงพูดแบบ CVC ซึ่งหน้าสินค้าของมันเองอธิบายไว้ชัดว่าทำงานฝั่งไมโครโฟน คือช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงรอบตัวคุณน้อยลง ไม่ได้ตัดเสียงในหูของคุณ ความเงียบที่คุณรู้สึกมาจากการที่จุกซิลิโคนปิดผนึกรูหูล้วน ๆ ถ้าอยากได้การตัดเสียงจริงตอนนั่งรถไฟฟ้าช่วงเร่งด่วน ต้องมองหาคำว่า ANC ซึ่งเป็นคนละฟีเจอร์กัน และเป็นสิ่งที่รุ่น Series 215 ระบุไว้พร้อมโหมด Transparency สำหรับตอนที่ต้องฟังเสียงประกาศ

ปุ่มก็ยังใช้ได้ครบเหมือนกัน รุ่น Cloud White ใช้การแตะที่ตัวหูฟัง ส่วน Series 215 ระบุว่าใช้ปุ่มกดจริงสำหรับเล่น หยุด ข้ามเพลง ปรับเสียง รับสาย และเรียกผู้ช่วยเสียง ซึ่งบน iPhone หมายถึงการปลุก Siri ขึ้นมาโดยไม่ต้องหยิบเครื่องออกจากกระเป๋า ในสภาพอากาศบ้านเราที่ปลายนิ้วมักเปียกเหงื่อหรือละอองฝนตอนเดินเข้าออฟฟิศ ปุ่มกดจริงเป็นทางที่พลาดยากกว่าการแตะ

แบตเตอรี่คือช่องว่างที่ชัดที่สุดและอุดได้ง่ายที่สุด เมื่อไม่มีการ์ดเด้งขึ้นมาบอกเปอร์เซ็นต์ ทางแก้ที่ตรงกว่าการไปหวังพึ่งวิดเจ็ตของระบบ คือเลือกรุ่นที่บอกตัวเลขไว้บนตัวกล่องเลย รุ่น Spatial Audio ราคา $37.99 ณ เวลาที่เขียน มีจอดิจิทัลด้านหน้ากล่องแสดงเปอร์เซ็นต์ของกล่อง พร้อมไฟบอกสถานะของหูฟังข้างซ้ายและข้างขวาแยกกันใต้ฝาใส คุณจึงเห็นได้ทันทีว่าข้างไหนใกล้หมดก่อน โดยไม่ต้องปลุกหน้าจอโทรศัพท์เลย

ภาพเรนเดอร์กล่องชาร์จฝาใสสามสี ทอง ขาวเงิน และดำเงา แต่ละกล่องมีหูฟังก้านสั้นสองข้างอยู่ข้างใน และมีจอตัวเลขเปอร์เซ็นต์กับไอคอนแบตเตอรี่กำกับ L และ R อยู่ที่แผงหน้ากล่อง
ภาพจากหน้าสินค้าของรุ่น Spatial Audio ทั้งสามสี เห็นตำแหน่งจอเปอร์เซ็นต์และไฟบอกซ้ายขวาบนแผงหน้ากล่อง ตัวเลขบนจอในภาพเป็นส่วนหนึ่งของภาพเรนเดอร์ของผู้ผลิต ไม่ใช่ค่าที่อ่านได้จริงจากเครื่อง

อีกอย่างที่ไม่ได้หายไปคือเครื่องมือคุมความดังของตัวเครื่องเอง หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุเส้นทางไว้ว่า เปิดแอปการตั้งค่า แตะ เสียงและการสัมผัส แล้วแตะ ความปลอดภัยของหูฟัง ซึ่งเป็นที่ตั้งเพดานความดัง องค์การอนามัยโลกให้ตัวเลขอ้างอิงไว้ว่าที่ระดับ 80 เดซิเบล ฟังได้อย่างปลอดภัยราว 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าดันขึ้นไปที่ 90 เดซิเบล เวลาที่เหลือลดลงเหลือราวสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งเพดานไว้ครั้งเดียวจึงคุ้มกว่าการคอยหรี่เอาเองทุกครั้ง

หากใช้แล้วเจ็บหู ระคายเคือง มีเสียงวิ้งในหู หรือรู้สึกว่าการได้ยินเปลี่ยนไป ให้หยุดใช้และไปพบผู้เชี่ยวชาญ

คิดเป็นสายชาร์จจริง หนึ่งสัปดาห์ของคนขึ้นรถไฟฟ้า

สมมติวันทำงานปกติ ขาไปครึ่งชั่วโมง ขากลับครึ่งชั่วโมง รวมวันละหนึ่งชั่วโมง ห้าวันได้ห้าชั่วโมงต่อสัปดาห์ หน้าสินค้าของ Series 215 ระบุว่าชาร์จสิบนาทีได้ฟังต่ออีกราวสองชั่วโมง แปลว่าการเสียบสิบนาทีตอนอาบน้ำเย็นวันจันทร์ ครอบคลุมการเดินทางได้ราวสองวันตามตัวเลขที่หน้าสินค้าระบุ ส่วนตัวเลข 80 ชั่วโมงที่หน้าสินค้าเดียวกันเขียนไว้ เป็นยอดรวมที่นับกล่องชาร์จความจุ 600mAh เข้าไปด้วย ไม่ใช่เวลาที่ได้จากการชาร์จหูฟังเต็มหนึ่งครั้ง เป็นตัวเลขจากหน้าสินค้าที่เรายกมา ไม่ใช่ค่าที่ร้านจับเวลาเอง

คนที่เพิ่งซื้อหูฟังไร้สาย ไอโฟน คู่แรกมักลืมคิดอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่การจับคู่ แต่คือสายเส้นที่สอง หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุว่า iPhone 15 เป็นต้นไปใช้พอร์ต USB-C ส่วนเครื่องรุ่นก่อนหน้านั้นเป็น Lightning ทีนี้กล่องชาร์จของรุ่น Cloud White เป็น USB-C ถ้าเครื่องคุณยังเป็น Lightning สายที่แถมมาในกล่องเครื่องจะมีปลายด้าน Lightning สำหรับเสียบโทรศัพท์ ปลายที่จะเสียบกล่องหูฟังได้จึงไม่มีอยู่ในกล่องเครื่องเลย ต้องเพิ่มสายอีกหนึ่งเส้นเข้ากระเป๋า แต่ถ้าเครื่องเป็น iPhone 15 ขึ้นไป สายเส้นเดียวกันเสียบได้ทั้งโทรศัพท์และกล่องหูฟัง เป็นความต่างที่ไม่มีใครพิมพ์ไว้บนหน้ากล่อง แต่รู้สึกได้ทุกครั้งที่เก็บของก่อนออกจากบ้าน

กราฟิกโฆษณาพื้นหลังสีน้ำตาลไล่เฉด มีข้อความภาษาอังกฤษ BUILT FOR EVERYDAY LISTENING อยู่ด้านบน และไอคอนสี่ข้อคือ MUSIC 360 STEREO, CALLS ENC + CVC, GAMING LOW LATENCY และ CHARGING USB-C เรียงอยู่ข้างภาพหูฟังกับกล่องชาร์จสีขาว
กราฟิกจากหน้าสินค้าของรุ่น Cloud White เป็นภาพโฆษณาของผู้ผลิตที่มีข้อความภาษาอังกฤษพิมพ์ทับ ไม่ใช่ภาพถ่ายจากการใช้งานจริง บรรทัดล่างสุดคือจุดที่เกี่ยวกับหน้านี้ที่สุด เพราะระบุว่ากล่องชาร์จด้วยพอร์ต USB-C

ถ้าอยากตัดปัญหาเรื่องสายทิ้งทั้งหมด รุ่น Series 215 ราคา $51.73 ณ เวลาที่เขียน ระบุว่ากล่องรองรับทั้งการชาร์จไร้สายและพอร์ต Type-C ใครที่วางแท่นชาร์จไร้สายไว้ข้างเตียงสำหรับโทรศัพท์อยู่แล้ว ก็วางกล่องหูฟังลงบนแท่นเดียวกันได้เลย หน้าสินค้ารุ่นนี้ยังระบุจุกยางสามขนาด S M L สำหรับหาไซซ์ที่พอดีรูหู และตัวขอเกี่ยวใบหูสำหรับตอนวิ่งหรือปั่นจักรยาน

ภาพเรนเดอร์หูฟังไร้สายสีดำสองข้างที่มีขอเกี่ยวใบหูโค้ง วางอยู่เหนือกล่องชาร์จฝาเปิดสีดำ ซึ่งมีจอ LED สีน้ำเงินแสดงเลข 100 และแถบแบตเตอรี่กำกับ L กับ R
ภาพหลักจากหน้าสินค้าของรุ่น Series 215 เห็นขอเกี่ยวใบหูและจอ LED บนกล่องชาร์จ ตัวเลข 100 บนจอเป็นส่วนหนึ่งของภาพเรนเดอร์ ไม่ใช่ค่าที่ร้านอ่านได้จากเครื่องจริง

อีกบรรทัดที่ควรคิดคือราคา ร้านเราตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ตอนกดจ่ายยอดจะถูกแปลงเป็นบาทตามอัตราของบัตร บวกค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินของผู้ออกบัตรอีกส่วน จึงควรเผื่อไว้ก่อนเทียบกับป้ายราคาในห้าง ฝั่งของค่ายเดียวกับตัวเครื่องมีตั้งแต่หูฟังมีสายราคาหลักร้อยบาท ไปจนถึงรุ่นไร้สายหลักหลายพันบาท ช่องว่างระหว่างสองก้อนนั้นคือที่ที่หูฟังยี่ห้ออื่นอยู่ ดูรุ่นไร้สายที่ใช้ได้ทุกวันทั้งหมดเทียบกันในหน้ารวมได้

ถ้าปลายทางคือแบบมีสาย ให้ดูพอร์ตก่อนดูยี่ห้อ

ตั้งแต่ iPhone 7 เป็นต้นมา ตัวเครื่องไม่มีช่องเสียบ 3.5 มิลลิเมตรแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าปลายทางของคุณคือหูฟัง iPhone มีสาย สิ่งแรกที่ต้องรู้ไม่ใช่ยี่ห้อ แต่คือพอร์ตของเครื่องตัวเอง เครื่องตั้งแต่ iPhone 15 ขึ้นไปเป็น USB-C ส่วนรุ่นก่อนหน้านั้นเป็น Lightning ซื้อผิดปลายมาคือใช้ไม่ได้เลย และไม่มีทางแก้ด้วยการตั้งค่าใด ๆ

ถ้าเครื่องยังเป็นพอร์ตเดิม เวลาไล่หาหูฟัง iPhone Lightning ตามร้านออนไลน์ ให้มองหาคำว่า MFi ซึ่งเป็นโปรแกรมรับรองอุปกรณ์เสริมของ Apple บนกล่องหรือในหน้าสินค้า ของที่ไม่ได้ผ่านโปรแกรมนี้มีโอกาสที่เครื่องจะขึ้นข้อความว่าอุปกรณ์เสริมนี้อาจไม่รองรับ อีกทางที่หลายคนเลือกคือใช้หัวแปลง ซึ่งหน้าช่วยเหลือของ Apple เองก็ระบุถึงหัวแปลงจาก USB-C ไปเป็นช่อง 3.5 มิลลิเมตร และหัวแปลงจาก USB-C ไปเป็น Lightning ไว้ เหตุผลที่หัวแปลงกับสายแต่ละเส้นราคาต่างกันหลายเท่า และบางเส้นเสียบแล้วเงียบสนิท อยู่ที่ชิปแปลงสัญญาณข้างใน ซึ่งบทความเรื่องหูฟังมีสายกับพอร์ต Type-Cแยกไว้ละเอียดกว่าหน้านี้ ส่วนหูฟังมีสายที่มีไมค์และปุ่มบนสาย ยังรับสายและคุมเพลงได้ตามปกติ เพราะปุ่มนั้นต่อตรงเข้ากับเครื่อง

ต้องบอกไว้ให้ชัดว่าย่อหน้าข้างบนไม่ได้พาไปจบที่สินค้าของเรา สามรุ่นที่ยกมาในหน้านี้เป็นแบบไร้สายทั้งหมด ถ้าสุดท้ายคุณเลือกทางไร้สาย รุ่น Cloud White ที่ใช้ Bluetooth 5.4 พร้อมไมค์ ENC เป็นตัวเริ่มต้นที่ราคาต่ำสุดในสามรุ่นนี้ และระบุระดับกันน้ำ IPX5 ไว้สำหรับเหงื่อกับละอองฝน พร้อมโหมดหน่วงต่ำสำหรับเล่นเกมและดูวิดีโอ ส่วนรุ่นที่มีจอบอกแบตเตอรี่บนกล่องไม่ได้ระบุระดับกันน้ำไว้เลย ซึ่งหน้าสินค้าของมันเขียนบอกตรง ๆ ว่าจงใจไม่ระบุ ไม่ใช่ลืมใส่ ถ้าคุณเดินฝ่าฝนกลับบ้านทุกเย็นในช่วงนี้ บรรทัดนั้นควรเป็นตัวตัดสิน

คำถามที่คนใช้ไอโฟนถามก่อนเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้ออื่น

ถ้าการ์ดแบตไม่เด้งขึ้นมา จะรู้ได้อย่างไรว่าเหลือเท่าไร

อ่านจากตัวกล่องเป็นหลัก รุ่นที่ใช้ไฟ LED จะบอกเป็นช่วง ส่วนรุ่นที่มีจอดิจิทัลอย่าง Spatial Audio จะบอกเปอร์เซ็นต์ของกล่องเป็นตัวเลข พร้อมไฟแยกซ้ายขวาให้เห็นว่าข้างไหนใกล้หมดก่อน หูฟังบางรุ่นในตลาดส่งค่ารวมค่าเดียวไปแสดงในวิดเจ็ตแบตเตอรี่ของระบบได้ แต่จะเป็นค่าเดียวไม่แยกข้าง และหน้าสินค้าสามรุ่นที่ยกมาในหน้านี้ไม่ได้ระบุว่าทำได้หรือไม่

เสียงจะแย่กว่าเพราะไม่ใช่ของค่ายเดียวกันหรือเปล่า

ไม่ได้แย่กว่าโดยอัตโนมัติ เรื่องที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อจริง ๆ มีแค่โคเดก คือเครื่องจะใช้ AAC ถ้าหูฟังคู่นั้นรองรับ ถ้าไม่รองรับก็ถอยไปที่ SBC ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทุกคู่มี ประเด็นคือหูฟังไร้สาย ใช้กับ iPhone แล้วโคเดกฝั่งแอนดรอยด์อย่าง LDAC จะไม่ถูกเรียกใช้ จ่ายเพิ่มเพื่อบรรทัดนั้นบนเครื่องนี้จึงไม่ได้อะไรกลับมา ที่เหลือขึ้นกับไดรเวอร์ การจูนเสียง และที่สำคัญที่สุดคือจุกยางปิดผนึกรูหูได้พอดีหรือไม่

ใช้สลับไปมากับ iPad หรือ MacBook เครื่องเดียวกันได้ไหม

ใช้ได้ทีละเครื่อง แต่ต้องสลับเอง คือตัดการเชื่อมต่อจากเครื่องหนึ่งแล้วเลือกใหม่ในเมนูบลูทูธของอีกเครื่อง การย้ายอัตโนมัติเมื่อเริ่มเล่นเสียงเป็นฟีเจอร์ที่ผูกกับหูฟังของค่ายเดียวกันและบัญชีเดียวกัน ทางลัดเดียวที่มีคือหูฟังที่ระบุว่ารองรับ multipoint ซึ่งต่อค้างไว้พร้อมกันสองเครื่องได้ ให้หาคำนี้บนหน้าสินค้าให้เจอก่อนกดสั่ง อย่าอนุมานจากราคาหรือจากเวอร์ชันบลูทูธ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากทรงไหนก่อน บทความเรื่องหูฟังหกทรงหลักไล่เรียงไว้ให้แล้วว่าแต่ละทรงทำอะไรกับรูหูของคุณ หรือเปิดบทความอื่นในร้านดูหัวข้อที่ใกล้กับสิ่งที่คุณกำลังตัดสินใจก็ได้

★ หูฟังคอลเลกชันทางการจาก EARSOLE

เลือกซื้อหูฟังในคู่มือนี้

รูปถ่ายจริง วัสดุจริง จัดส่งทั่วโลกพร้อมเลขติดตามพัสดุ

✓รับประกันความพึงพอใจ 30 วัน
✓ส่งฟรีทั่วโลก เมื่อซื้อครบ $45
✓สเปกระดับรุ่น

กำลังมองหารุ่นอื่นอยู่ใช่ไหม?

เลือกชมหูฟังไร้สาย EARSOLE ครบทุกรุ่น — ทั้งแบบใส่นอน เกมมิ่ง รุ่นอัจฉริยะ โอเพนเอียร์ และใช้ทุกวัน

ดูหูฟังทั้งหมด →
ดูหูฟังทุกรุ่น คู่มือเพิ่มเติม
WhatsApp ฝ่ายบริการลูกค้า