หูฟัง iPhone ที่ไม่ได้ผลิตโดย Apple ทำงานได้ครบเกือบทุกอย่างที่คุณใช้จริงในหนึ่งวัน ทั้งฟังเพลง รับสายวางสาย ข้ามเพลง ปรับระดับเสียง และเรียกผู้ช่วยเสียง เพราะทั้งหมดนั้นวิ่งบนโปรไฟล์บลูทูธมาตรฐานที่ทุกยี่ห้อใช้ร่วมกัน สิ่งที่หายไปคือชั้นที่ Apple เขียนทับลงไปแล้วผูกไว้กับหูฟังของตัวเอง และถ้าคิดจะไปทางมีสาย ตัวแปรแรกไม่ใช่ยี่ห้อ แต่คือพอร์ตของเครื่อง เพราะ iPhone 15 คือรุ่นแรกที่ย้ายมาใช้ USB-C
ฟีเจอร์หูฟัง iPhone แบ่งเป็นสองชั้น
ชั้นแรกคือสิ่งที่วิ่งบนมาตรฐานกลาง ได้แก่ การส่งเสียงสเตอริโอไปที่หูฟัง การใช้ไมโครโฟนคุยสายเข้า และการสั่งเล่น หยุด ข้าม หรือปรับเสียงจากตัวหูฟังเอง ทั้งอุตสาหกรรมทำตามข้อตกลงชุดเดียวกัน หูฟังคู่ไหนทำตามมาตรฐานก็ทำงานกับเครื่องได้โดยไม่ต้องลงแอปเสริม ชั้นที่สองคือสิ่งที่ Apple สร้างเพิ่มขึ้นมาเอง โดยผูกกับชิปในหูฟังของค่ายเดียวกันและบัญชีที่ล็อกอินอยู่บนเครื่อง ชั้นนี้ไม่ได้เปิดให้ผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาใช้ และมันคือทั้งหมดของสิ่งที่คุณจะขาด ไม่มากไปกว่านั้น
คนที่กำลังเทียบหูฟังบลูทูธ ไอโฟน อยู่ในตะกร้าสองสามคู่ มักติดอยู่ที่คำถามเดียว คือถ้าไม่จ่ายเต็มราคาให้ของค่ายเดียวกับตัวเครื่อง จะขาดอะไรไปบ้าง ตารางนี้แยกให้เห็นทีละบรรทัด
| เรื่อง | หูฟังของค่ายเดียวกับตัวเครื่อง | หูฟังบลูทูธยี่ห้ออื่นบน iPhone |
|---|---|---|
| จับคู่ครั้งแรก | การ์ดเด้งขึ้นกลางจอ แตะปุ่มเดียวจบ | เข้า ตั้งค่า แล้วไปที่ Bluetooth แตะชื่ออุปกรณ์ เพิ่มมาไม่กี่วินาที เฉพาะครั้งแรกครั้งเดียว |
| ย้ายไปเครื่องอื่นเอง | สลับระหว่างเครื่องที่ใช้บัญชีเดียวกันได้เอง | ไม่มี ต้องตัดการเชื่อมต่อแล้วเลือกใหม่ เว้นแต่หูฟังรุ่นนั้นระบุว่ารองรับ multipoint |
| อ่านค่าแบตเตอรี่ | เห็นข้างซ้าย ข้างขวา และกล่อง แยกกันบนหน้าจอเครื่อง | อ่านจากไฟ LED หรือจอบนตัวกล่องเป็นหลัก |
| ตามหาเมื่อทำหาย | อยู่ในแอป Find My | ไม่มี |
| โคเดกเสียง | ใช้ AAC | ใช้ AAC ได้ถ้าหูฟังรองรับ ไม่อย่างนั้นถอยไปที่ SBC ส่วน LDAC หรือ aptX ที่โฆษณากันฝั่งแอนดรอยด์ ไม่ถูกเรียกใช้บน iOS |
| เสียงที่หมุนตามการหันหัว | มี | ไม่มี คำว่า spatial บนกล่องหูฟังทั่วไปหมายถึงการประมวลผลทิศทางในตัวหูฟังเอง คนละเรื่องกับการหมุนตามหัว |
| อัปเดตเฟิร์มแวร์ | ระบบจัดการให้เบื้องหลัง | ผ่านแอปของผู้ผลิต หรือบางรุ่นไม่มีช่องทางอัปเดตเลย |
สองบรรทัดในตารางนี้คุ้มกับการอ่านช้ากว่าบรรทัดอื่น บรรทัดโคเดกช่วยประหยัดเงินโดยตรง เพราะแปลว่าไม่ต้องไล่หาหูฟังที่โฆษณา LDAC ให้ราคาสูงขึ้นเปล่า ๆ ในเมื่อเครื่องไม่ได้เรียกใช้มัน ส่วนบรรทัด multipoint คือทางออกเดียวที่เหลือของคนที่สลับระหว่างมือถือกับโน้ตบุ๊กทั้งวัน และเป็นคำที่ต้องหาให้เจอบนหน้าสินค้าจริง ๆ ไม่ใช่เดาจากราคา หน้าสินค้าของสามรุ่นที่ยกมาในบทความนี้ไม่ได้ระบุทั้งชื่อโคเดกและ multipoint เอาไว้
จับคู่ ไมค์ ปุ่ม และเพดานความดัง สี่อย่างที่ยังครบ
การจับคู่หูฟังบลูทูธ iPhone ครั้งแรกเกิดขึ้นในเมนูเดียวกับที่คุณต่อลำโพงหรือนาฬิกา คือเปิด ตั้งค่า เข้าหัวข้อ Bluetooth เปิดฝากล่อง รอชื่ออุปกรณ์โผล่ขึ้นมาแล้วแตะหนึ่งครั้ง หน้าสินค้าของรุ่น Cloud White ระบุไว้ตรง ๆ ว่าการจับคู่ครั้งแรกทำในเมนูบลูทูธของเครื่อง ไม่ต้องลงแอปเสริมทั้งบน iPhone และ Android และหลังจากนั้นหูฟังจะเชื่อมกลับเองไม่นานหลังเปิดฝากล่อง ต่างกันแค่ขั้นตอนแรกขั้นตอนเดียว
เรื่องไมค์คือจุดที่คำโฆษณาทำให้เข้าใจผิดบ่อยที่สุด รุ่น Cloud White ราคา $25.99 ณ เวลาที่เขียน ระบุว่ามี ENC สำหรับลดเสียงรบกวนฝั่งไมค์ ร่วมกับการประมวลผลเสียงพูดแบบ CVC ซึ่งหน้าสินค้าของมันเองอธิบายไว้ชัดว่าทำงานฝั่งไมโครโฟน คือช่วยให้ปลายสายได้ยินเสียงรอบตัวคุณน้อยลง ไม่ได้ตัดเสียงในหูของคุณ ความเงียบที่คุณรู้สึกมาจากการที่จุกซิลิโคนปิดผนึกรูหูล้วน ๆ ถ้าอยากได้การตัดเสียงจริงตอนนั่งรถไฟฟ้าช่วงเร่งด่วน ต้องมองหาคำว่า ANC ซึ่งเป็นคนละฟีเจอร์กัน และเป็นสิ่งที่รุ่น Series 215 ระบุไว้พร้อมโหมด Transparency สำหรับตอนที่ต้องฟังเสียงประกาศ
ปุ่มก็ยังใช้ได้ครบเหมือนกัน รุ่น Cloud White ใช้การแตะที่ตัวหูฟัง ส่วน Series 215 ระบุว่าใช้ปุ่มกดจริงสำหรับเล่น หยุด ข้ามเพลง ปรับเสียง รับสาย และเรียกผู้ช่วยเสียง ซึ่งบน iPhone หมายถึงการปลุก Siri ขึ้นมาโดยไม่ต้องหยิบเครื่องออกจากกระเป๋า ในสภาพอากาศบ้านเราที่ปลายนิ้วมักเปียกเหงื่อหรือละอองฝนตอนเดินเข้าออฟฟิศ ปุ่มกดจริงเป็นทางที่พลาดยากกว่าการแตะ
แบตเตอรี่คือช่องว่างที่ชัดที่สุดและอุดได้ง่ายที่สุด เมื่อไม่มีการ์ดเด้งขึ้นมาบอกเปอร์เซ็นต์ ทางแก้ที่ตรงกว่าการไปหวังพึ่งวิดเจ็ตของระบบ คือเลือกรุ่นที่บอกตัวเลขไว้บนตัวกล่องเลย รุ่น Spatial Audio ราคา $37.99 ณ เวลาที่เขียน มีจอดิจิทัลด้านหน้ากล่องแสดงเปอร์เซ็นต์ของกล่อง พร้อมไฟบอกสถานะของหูฟังข้างซ้ายและข้างขวาแยกกันใต้ฝาใส คุณจึงเห็นได้ทันทีว่าข้างไหนใกล้หมดก่อน โดยไม่ต้องปลุกหน้าจอโทรศัพท์เลย

อีกอย่างที่ไม่ได้หายไปคือเครื่องมือคุมความดังของตัวเครื่องเอง หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุเส้นทางไว้ว่า เปิดแอปการตั้งค่า แตะ เสียงและการสัมผัส แล้วแตะ ความปลอดภัยของหูฟัง ซึ่งเป็นที่ตั้งเพดานความดัง องค์การอนามัยโลกให้ตัวเลขอ้างอิงไว้ว่าที่ระดับ 80 เดซิเบล ฟังได้อย่างปลอดภัยราว 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ถ้าดันขึ้นไปที่ 90 เดซิเบล เวลาที่เหลือลดลงเหลือราวสี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งเพดานไว้ครั้งเดียวจึงคุ้มกว่าการคอยหรี่เอาเองทุกครั้ง
หากใช้แล้วเจ็บหู ระคายเคือง มีเสียงวิ้งในหู หรือรู้สึกว่าการได้ยินเปลี่ยนไป ให้หยุดใช้และไปพบผู้เชี่ยวชาญ
คิดเป็นสายชาร์จจริง หนึ่งสัปดาห์ของคนขึ้นรถไฟฟ้า
สมมติวันทำงานปกติ ขาไปครึ่งชั่วโมง ขากลับครึ่งชั่วโมง รวมวันละหนึ่งชั่วโมง ห้าวันได้ห้าชั่วโมงต่อสัปดาห์ หน้าสินค้าของ Series 215 ระบุว่าชาร์จสิบนาทีได้ฟังต่ออีกราวสองชั่วโมง แปลว่าการเสียบสิบนาทีตอนอาบน้ำเย็นวันจันทร์ ครอบคลุมการเดินทางได้ราวสองวันตามตัวเลขที่หน้าสินค้าระบุ ส่วนตัวเลข 80 ชั่วโมงที่หน้าสินค้าเดียวกันเขียนไว้ เป็นยอดรวมที่นับกล่องชาร์จความจุ 600mAh เข้าไปด้วย ไม่ใช่เวลาที่ได้จากการชาร์จหูฟังเต็มหนึ่งครั้ง เป็นตัวเลขจากหน้าสินค้าที่เรายกมา ไม่ใช่ค่าที่ร้านจับเวลาเอง
คนที่เพิ่งซื้อหูฟังไร้สาย ไอโฟน คู่แรกมักลืมคิดอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่การจับคู่ แต่คือสายเส้นที่สอง หน้าช่วยเหลือของ Apple ระบุว่า iPhone 15 เป็นต้นไปใช้พอร์ต USB-C ส่วนเครื่องรุ่นก่อนหน้านั้นเป็น Lightning ทีนี้กล่องชาร์จของรุ่น Cloud White เป็น USB-C ถ้าเครื่องคุณยังเป็น Lightning สายที่แถมมาในกล่องเครื่องจะมีปลายด้าน Lightning สำหรับเสียบโทรศัพท์ ปลายที่จะเสียบกล่องหูฟังได้จึงไม่มีอยู่ในกล่องเครื่องเลย ต้องเพิ่มสายอีกหนึ่งเส้นเข้ากระเป๋า แต่ถ้าเครื่องเป็น iPhone 15 ขึ้นไป สายเส้นเดียวกันเสียบได้ทั้งโทรศัพท์และกล่องหูฟัง เป็นความต่างที่ไม่มีใครพิมพ์ไว้บนหน้ากล่อง แต่รู้สึกได้ทุกครั้งที่เก็บของก่อนออกจากบ้าน

ถ้าอยากตัดปัญหาเรื่องสายทิ้งทั้งหมด รุ่น Series 215 ราคา $51.73 ณ เวลาที่เขียน ระบุว่ากล่องรองรับทั้งการชาร์จไร้สายและพอร์ต Type-C ใครที่วางแท่นชาร์จไร้สายไว้ข้างเตียงสำหรับโทรศัพท์อยู่แล้ว ก็วางกล่องหูฟังลงบนแท่นเดียวกันได้เลย หน้าสินค้ารุ่นนี้ยังระบุจุกยางสามขนาด S M L สำหรับหาไซซ์ที่พอดีรูหู และตัวขอเกี่ยวใบหูสำหรับตอนวิ่งหรือปั่นจักรยาน

อีกบรรทัดที่ควรคิดคือราคา ร้านเราตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ตอนกดจ่ายยอดจะถูกแปลงเป็นบาทตามอัตราของบัตร บวกค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินของผู้ออกบัตรอีกส่วน จึงควรเผื่อไว้ก่อนเทียบกับป้ายราคาในห้าง ฝั่งของค่ายเดียวกับตัวเครื่องมีตั้งแต่หูฟังมีสายราคาหลักร้อยบาท ไปจนถึงรุ่นไร้สายหลักหลายพันบาท ช่องว่างระหว่างสองก้อนนั้นคือที่ที่หูฟังยี่ห้ออื่นอยู่ ดูรุ่นไร้สายที่ใช้ได้ทุกวันทั้งหมดเทียบกันในหน้ารวมได้
ถ้าปลายทางคือแบบมีสาย ให้ดูพอร์ตก่อนดูยี่ห้อ
ตั้งแต่ iPhone 7 เป็นต้นมา ตัวเครื่องไม่มีช่องเสียบ 3.5 มิลลิเมตรแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าปลายทางของคุณคือหูฟัง iPhone มีสาย สิ่งแรกที่ต้องรู้ไม่ใช่ยี่ห้อ แต่คือพอร์ตของเครื่องตัวเอง เครื่องตั้งแต่ iPhone 15 ขึ้นไปเป็น USB-C ส่วนรุ่นก่อนหน้านั้นเป็น Lightning ซื้อผิดปลายมาคือใช้ไม่ได้เลย และไม่มีทางแก้ด้วยการตั้งค่าใด ๆ
ถ้าเครื่องยังเป็นพอร์ตเดิม เวลาไล่หาหูฟัง iPhone Lightning ตามร้านออนไลน์ ให้มองหาคำว่า MFi ซึ่งเป็นโปรแกรมรับรองอุปกรณ์เสริมของ Apple บนกล่องหรือในหน้าสินค้า ของที่ไม่ได้ผ่านโปรแกรมนี้มีโอกาสที่เครื่องจะขึ้นข้อความว่าอุปกรณ์เสริมนี้อาจไม่รองรับ อีกทางที่หลายคนเลือกคือใช้หัวแปลง ซึ่งหน้าช่วยเหลือของ Apple เองก็ระบุถึงหัวแปลงจาก USB-C ไปเป็นช่อง 3.5 มิลลิเมตร และหัวแปลงจาก USB-C ไปเป็น Lightning ไว้ เหตุผลที่หัวแปลงกับสายแต่ละเส้นราคาต่างกันหลายเท่า และบางเส้นเสียบแล้วเงียบสนิท อยู่ที่ชิปแปลงสัญญาณข้างใน ซึ่งบทความเรื่องหูฟังมีสายกับพอร์ต Type-Cแยกไว้ละเอียดกว่าหน้านี้ ส่วนหูฟังมีสายที่มีไมค์และปุ่มบนสาย ยังรับสายและคุมเพลงได้ตามปกติ เพราะปุ่มนั้นต่อตรงเข้ากับเครื่อง
ต้องบอกไว้ให้ชัดว่าย่อหน้าข้างบนไม่ได้พาไปจบที่สินค้าของเรา สามรุ่นที่ยกมาในหน้านี้เป็นแบบไร้สายทั้งหมด ถ้าสุดท้ายคุณเลือกทางไร้สาย รุ่น Cloud White ที่ใช้ Bluetooth 5.4 พร้อมไมค์ ENC เป็นตัวเริ่มต้นที่ราคาต่ำสุดในสามรุ่นนี้ และระบุระดับกันน้ำ IPX5 ไว้สำหรับเหงื่อกับละอองฝน พร้อมโหมดหน่วงต่ำสำหรับเล่นเกมและดูวิดีโอ ส่วนรุ่นที่มีจอบอกแบตเตอรี่บนกล่องไม่ได้ระบุระดับกันน้ำไว้เลย ซึ่งหน้าสินค้าของมันเขียนบอกตรง ๆ ว่าจงใจไม่ระบุ ไม่ใช่ลืมใส่ ถ้าคุณเดินฝ่าฝนกลับบ้านทุกเย็นในช่วงนี้ บรรทัดนั้นควรเป็นตัวตัดสิน
คำถามที่คนใช้ไอโฟนถามก่อนเปลี่ยนมาใช้ยี่ห้ออื่น
ถ้าการ์ดแบตไม่เด้งขึ้นมา จะรู้ได้อย่างไรว่าเหลือเท่าไร
อ่านจากตัวกล่องเป็นหลัก รุ่นที่ใช้ไฟ LED จะบอกเป็นช่วง ส่วนรุ่นที่มีจอดิจิทัลอย่าง Spatial Audio จะบอกเปอร์เซ็นต์ของกล่องเป็นตัวเลข พร้อมไฟแยกซ้ายขวาให้เห็นว่าข้างไหนใกล้หมดก่อน หูฟังบางรุ่นในตลาดส่งค่ารวมค่าเดียวไปแสดงในวิดเจ็ตแบตเตอรี่ของระบบได้ แต่จะเป็นค่าเดียวไม่แยกข้าง และหน้าสินค้าสามรุ่นที่ยกมาในหน้านี้ไม่ได้ระบุว่าทำได้หรือไม่
เสียงจะแย่กว่าเพราะไม่ใช่ของค่ายเดียวกันหรือเปล่า
ไม่ได้แย่กว่าโดยอัตโนมัติ เรื่องที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อจริง ๆ มีแค่โคเดก คือเครื่องจะใช้ AAC ถ้าหูฟังคู่นั้นรองรับ ถ้าไม่รองรับก็ถอยไปที่ SBC ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ทุกคู่มี ประเด็นคือหูฟังไร้สาย ใช้กับ iPhone แล้วโคเดกฝั่งแอนดรอยด์อย่าง LDAC จะไม่ถูกเรียกใช้ จ่ายเพิ่มเพื่อบรรทัดนั้นบนเครื่องนี้จึงไม่ได้อะไรกลับมา ที่เหลือขึ้นกับไดรเวอร์ การจูนเสียง และที่สำคัญที่สุดคือจุกยางปิดผนึกรูหูได้พอดีหรือไม่
ใช้สลับไปมากับ iPad หรือ MacBook เครื่องเดียวกันได้ไหม
ใช้ได้ทีละเครื่อง แต่ต้องสลับเอง คือตัดการเชื่อมต่อจากเครื่องหนึ่งแล้วเลือกใหม่ในเมนูบลูทูธของอีกเครื่อง การย้ายอัตโนมัติเมื่อเริ่มเล่นเสียงเป็นฟีเจอร์ที่ผูกกับหูฟังของค่ายเดียวกันและบัญชีเดียวกัน ทางลัดเดียวที่มีคือหูฟังที่ระบุว่ารองรับ multipoint ซึ่งต่อค้างไว้พร้อมกันสองเครื่องได้ ให้หาคำนี้บนหน้าสินค้าให้เจอก่อนกดสั่ง อย่าอนุมานจากราคาหรือจากเวอร์ชันบลูทูธ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากทรงไหนก่อน บทความเรื่องหูฟังหกทรงหลักไล่เรียงไว้ให้แล้วว่าแต่ละทรงทำอะไรกับรูหูของคุณ หรือเปิดบทความอื่นในร้านดูหัวข้อที่ใกล้กับสิ่งที่คุณกำลังตัดสินใจก็ได้
MX-21 หูฟังไร้สาย สีดำและทอง
Q2 Pro หูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ คริสตัลสีม่วง
Purple Sleep Headband Headphones with Triangle Controls
Cream Reflective-Stem Wireless Earbuds
IN-01 หูฟัง ANC สีขาว ด้านในเคสสีฟ้าอ่อน
หูฟังโอเพนเอียร์สีเงิน ทรงแคปซูล
MN หูฟังอินเอียร์มอนิเตอร์ถอดสายได้ สีโรสเมทัลลิก
หูฟัง ANC สีดำ พร้อมเคสไฟแสดงสถานะสี่ดวง